สถานบำบัด : ทางเลือกที่ดีกว่า "สถานพินิจ"
หัวใจคือ บำบัดพฤติกรรม
"หยุดยามันคงไม่ยาก แต่มันยากตรงที่ว่า เราจะทำยังไงไม่ให้กลับไปใช้อีกมากกว่า" คำบอกเล่าจาก "หนุ่ม" วัยใสผู้เข้าสู่วงจรยาเสพติดตั้งแต่อายุ 14 ปี หนุ่มใช้สารเสพติดหลายชนิด ทั้งบุหรี่ กัญชา กาว และยาบ้า เมื่อแรกมารับการบำบัดหนุ่มไม่เต็มใจนัก แต่วันนี้ หนุ่มในวัย 21 ปีบอกว่าเขาเปลี่ยนไปมาก
เรื่องของ "หนุ่ม"
หนุ่มเริ่มใช้สารเสพติดจากการสูบบุหรี่ ตามมาด้วยกัญชา กาว และยาบ้า "ส่วนหนึ่งเป็นสิ่งแวดล้อมสังคม ที่เป็นแรงจูงใจให้เราอยากลองมากกว่า" หนุ่มบอกเล่าเส้นทางสู่ยาเสพติด "เพื่อนเป็นสิ่งแวดล้อมที่ชักจูงเราไป เพื่อนในกลุ่มโรงเรียนจะมีอิทธิพลมากกว่า ที่ผมเริ่มเสพ ผมดูจากเพื่อนที่เขาเสพก่อน แล้วก็ให้เขาไปซื้อมาให้แล้วก็เล่น"
นอกจากสิ่งแวดล้อมและสังคม อีกเหตุผลของหนุ่มคือ "อยากลอง" อันเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้วัยใสจำนวนไม่น้อยต้องติดยาเสพติด "ผมซื้อเม็ดละห้าสิบ" หนุ่มเล่าให้ฟัง "ช่วงแรกใช้เยอะมาก ช่วงหลังมาเริ่มที่จะรู้ตัวเอง เล่นไม่ค่อยเยอะเท่าไร แต่ว่ายังต้องการที่จะเล่นอยู่"
ช่วงที่ใช้ยามากๆ หนุ่มบอกว่า วันละยี่สิบถึงสามสิบเม็ด เงินที่นำมาซื้อยาส่วนหนึ่งมาจากการเป็นคนส่งยาด้วย หนุ่มบอกว่า ค่อนข้างมีปัญหาในตอนเด็กๆ เพราะไม่ค่อยได้อยู่กับพ่อแม่ ดังนั้น กว่าที่ทางบ้านจะรู้ว่าหนุ่มติดยาเสพติดก็เป็นเวลาหลายปีแล้ว และมารู้ตอนที่หนุ่มโดนตำรวจจับ
"ตอนที่ใช้ยา ทางบ้านใช้ความรุนแรงมากกว่าจะฉุดรั้งเรา ช่วงแรก ก็อาจจะเป็นคำพูดที่แรงก่อน และก็มีลงไม้ลงมือบ้างเล็กน้อย หลังๆ มาก็เริ่มที่จะแรงขึ้นเรื่อยๆ" หนุ่มเล่าให้ฟัง "เคยหนีออกจากบ้าน คือ เขาไล่ออกจากบ้านมากกว่า ไม่ได้หนีออกจากบ้าน"
พฤติกรรมชาวยา
"พฤติกรรมยาเสพติด เป็นพฤติกรรมที่เราถือว่าเป็นพฤติกรรมที่เบี่ยงเบน คนที่ติดยาเสพติดหลักๆ พฤติกรรมที่จะเห็นอยู่ง่ายๆ คือ ขาดความรับผิดชอบ ขี้เกียจ ขี้โกหก และขี้ขโมย ทางด้านพฤติกรรมทางความคิด ก็คือ คิดลบ เป็นคนที่ไม่มีคุณค่า คิดแบบไม่มีคุณค่า ไร้เป้าหมาย พฤติกรรมทางอารมณ์ความรู้สึกทางอารมณ์ ก็เป็นคนที่หุนหันพลันแล่น พอมีอารมณ์ก็ไม่เคยที่จะควบคุมอะไรได้"
วชิรา บุตรวัยวุฒิ นักจิตวิทยา หัวหน้าสถานฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติด (บ้านพิชิตใจ) กองป้องกันและบำบัดยาเสพติด สำนักอนามัย กรุงเทพมหานคร อธิบายถึงพฤติกรรมของผู้ติดยาเสพติด
เมื่อเป็นพฤติกรรมที่เกิดจากการใช้ยาเป็นเวลานาน พฤติกรรมเหล่านี้จึงบ่มเพาะเป็นนิสัยที่ติดตัว ทำให้หลายคนแม้จะเลิกยาเสพติดแล้ว แต่ไม่สามารถกลับไปใช้ชีวิตในสังคมได้ และอีกหลายคนหวนกลับไปเสพยาอีกครั้ง
"นิสัยที่เกิดจากพฤติกรรมที่เกิดจากการที่เขาใช้ยาเป็นเวลานาน ทางด้านความคิด ทางด้านอารมณ์ และทางด้านพฤติกรรม มันทำให้เขายังคงเป็นอยู่ ตอนหยุดยา ยาหยุดจริง แต่ตรงนี้พฤติกรรมยังคงอยู่"
"เรามีญาติพี่น้องหยุดยา เราก็ดีใจ แต่เห็นทำไมนั่งซึม ทำไมไม่ไปหางานหาการ เราก็เกิดหลุด เขาก็มีความรู้สึกถูกจับผิด เพราะคนที่เลิกยาเสพติดแล้ว เมื่อเลิกใหม่ๆ สิ่งที่เขากลัวที่สุด คือ กลัวสังคมรู้ ความรู้สึกเขาทนไม่ได้ถ้าใครตอกย้ำเขา คือรับความจริงไม่ได้"
และนี่คือสาเหตุสำคัญที่ผู้ใช้ยาต้องเข้ารับการบำบัด
"บ้านพิชิตใจ" เป็นที่ซึ่งครอบครัวของหนุ่มส่งเขามา หลังจากพาไปถอนพิษยามาแล้ว
"ที่หยุดยาตอนแรกเป็นภาวะจำยอมมากกว่า ตอนแรกที่เข้ามาถ้าถามเรื่องความรู้สึก อยากเข้ามาเลิกไหม มันไม่ค่อยจะมีหรอก" หนุ่มเล่าถึงความรู้สึกเมื่อครั้งมาบ้านพิชิตใจ
"ตอนมาครั้งแรก ถ้าถามความเต็มใจ คงไม่อยากมา" บ้านพิชิตใจเป็นสถานฟื้นฟูสมรรถภาพที่ไม่ใช้ยาทดแทน เป็นลักษณะของพฤติกรรมบำบัด ผู้ที่เข้ารับการฟื้นฟูต้องมีการหยุดยาเสพติดก่อน
"วัตถุประสงค์หลักคือ การที่จะฟื้นสมรรถภาพ การให้เกิดการพัฒนาปรับเปลี่ยน จากผู้ที่มีพฤติกรรมที่เป็นพฤติกรรมชาวยา ให้เป็นบุคคลที่ฟื้นสภาพสามารถกลับไปสู่สังคมได้ นั่นคือเป้าหมายหลัก โดยที่อยู่ในสังคมได้อย่างมีความสุข และไม่กลับไปใช้ยาเสพติด" นายวชิรา กล่าว
ระบบของบ้านพิชิตใจเป็นระบบฟื้นฟูสมรรถภาพแบบ "ชุมชนบำบัด" เพื่อพัฒนาพฤติกรรม ความคิด อารมณ์ และความรู้สึก เรียกว่าเป็นการ "ช่วยพวกเขาเพื่อให้เขาช่วยเหลือตัวเอง"
ฟื้นฟูเพื่อกลับสู่สังคม
ความสำคัญของโปรแกรมฟื้นฟูสภาพในช่วงหกเดือนแรก อยู่ที่การช่วยให้พวกเขามีความคิดที่แข็งแกร่ง สามารถควบคุมดูแลความรู้สึกได้ และพัฒนาพฤติกรรมให้เป็นนิสัยที่ดีในเรื่องความรับผิดชอบ ทำให้รู้สึกดี และพอใจที่สิ่งเป็นอยู่
อีกทั้งเป็นการเรียกชีวิตประจำวัน ซึ่งพวกเขาสูญเสียไปในช่วงเวลาที่ใช้ยากลับคืนมา โดยผ่านกิจกรรมต่างๆ ช่วงนี้เองที่หนุ่มได้เข้าร่วมในทีมงานซึ่งมีทั้ง งานครัว งานเกษตร งานซักรีด และงานดูแลบ้าน รวมถึงการทำกลุ่มจิตบำบัดเพื่อพัฒนาอารมณ์
"เป็นการใส่โปรแกรมความคิดจากลบให้เป็นบวก จากไม่มีคุณค่าให้มีคุณค่า จากไม่มีเป้าหมายให้มีเป้าหมาย มีความคิดในทางบวก พัฒนาอารมณ์ความรู้สึกที่หงุดหงิดง่าย หุนหันพลันแล่น และควบคุมไม่ได้ ให้ควบคุมอารมณ์ได้ รู้จักจัดการอารมณ์ได้อย่างเหมาะสม ก็คือ ผ่านอารมณ์ตัวเองนั่นเอง" นายวชิราอธิบาย
เมื่อเข้าสู่โปรแกรมกลับเข้าสู่สังคม จะมุ่งเน้นการเรียนรู้ถึงการกลับไปใช้ชีวิต เมื่อต้องกลับไปสู่สังคม เช่น การมีสัมพันธภาพกับผู้อื่น การมีอาชีพ และการสร้างให้เกิดแรงจูงใจที่อยากจะกลับไปสู่สังคมอย่างมีคุณค่า โดยไม่ใช้ยาเสพติด พร้อมที่จะกลับไปทำงาน ใช้ชีวิตอย่างมีคุณค่าหรือศึกษาต่อได้
"ข้อสำคัญ ก็คือ ทำให้เขารู้สึกเขากล้าเผชิญกับสังคม เขารู้สึกเขามีคุณค่า เขาก็พูดกับตัวเองว่า ชั้นเก่งนะตอนนี้ชั้นมีคุณค่าชั้นไม่ใช่ชาวยา" นายวชิรา กล่าว
"เราจะสอนเขาด้วยว่า เขาต้องทำอย่างไร โดยให้สูตรว่า ท่องว่าวิธีไม่ให้กลับไปเสพซ้ำ ขอให้ตระหนักว่า หนึ่ง ไม่ใช้เหตุผลเข้าข้างตน สอง ไม่คบคนที่ใช้ยา สาม ต้องไม่ลืมเวลาที่หลงผิด ไม่คิดว่าเราแน่ อย่าคิดว่าเราแน่ว่าเลิกมาตั้งสามปี แค่เดินผ่านจะเป็นไรไป สุดท้าย คือ อย่ายอมแพ้การประนีประนอม"
แต่ไม่ว่าการบำบัดฟื้นฟูจะประสบผลสำเร็จมากน้อยเพียงใด ยังคงไร้ค่าหากว่าสังคมยังไม่ยอมรับการกลับมาของพวกเขา นายวชิราให้ความเห็นว่า สังคมไม่ค่อยมีโอกาสได้เห็นคนที่เลิกยาเสพติด เห็นแต่คนใช้ยา ไม่เคยเห็นคนเลิกยา สังคมน่าจะให้โอกาสที่จะยอมรับก่อน ให้โอกาสที่จะมองดูว่าเขาเป็นคนดีจริงหรือไม่ และจะต้องใช้เวลาในการทำความเข้าใจและยอมรับ
...สังคมคงจะยอมรับพวกเขาได้ง่ายขึ้น หากจะทำความเข้าใจว่าพวกเขาไม่ใช่ผู้กระทำผิด แต่เป็นเพียงเหยื่อรายหนึ่งเท่านั้นเอง
( ข่าวจากหนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ ฉบับวันที่ 31 พฤษภาคม 2545 )