"ยาบ้า" ขึ้นแท่นอันดับหนึ่งมหันตภัยโลก ยูเอ็นระบุคนไทย 3แสนคนเข้าคิวปัญญาอ่อน

องค์การอนามัยโลกชี้ ยาบ้าเป็นปัญหายาเสพย์ติดอันดับ 1 ของโลก สามารถจับกุมได้แทบทุกภูมิภาค ระบุมีผลร้ายแรงทำลายเซลล์สมอง ส่งผลให้ ปัญญาอ่อนคลุ้มคลั่ง ขณะนี้มีคนไทยเสพยาบ้าแต่ไม่ติดประมาณ 3 ล้านคน ติดยาบ้าประมาณ 300,000 คน ชี้หากกลุ่มนี้ไม่เลิกเสพจะกลายเป็นคนปัญญาอ่อน ไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้
โดยยาเสพย์ติดที่กลายเป็นภัยคุกคามหนักอันดับ 1 ระดับ ทั่วทุกภูมิภาคของโลก คือ เมท-แอมเฟตามีน หรือยาบ้า ไม่เพียงเฉพาะประเทศไทยเท่านั้น ซึ่งมีทั้งรูปแบบเป็นเม็ดเป็นผลึกและเป็นชนิดน้ำฉีดเข้าเส้นเลือด รองลงมาคือเฮโรอีน และโคเคน
องค์การสหประชาชาติคา ดการณ์ว่า ยาบ้าจะเป็นยาเสพย์ติดที่ระบาด ตลอดยุคศตวรรษที่ 21 นี้ และเมื่อวิเคราะห์การแพร่ระบาดของยาบ้า พบว่าทั่วโลกมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น โดยที่อเมริกาเหนือมีรายงานการจับกุมเพิ่มขึ้น มี โรงงานผลิตที่ถูกจับกุมได้ในปี 2542 ประมาณ 2,000 โรงงาน และมี ยาบ้าที่ถูกจับกุมได้ที่ประเทศ สหราชอาณาจักร น้ำหนักกว่า 2 ตัน
ขณะที่ในกลุ่มประเทศเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เฉพาะที่ประเทศจีนประเทศเดียวในปี 2542 จับกุมได้น้ำหนักประมาณ 16 ตัน ประเทศที่มีรายงานการระบาดสูงสุดคือประเทศไทย รองลงมาคือ ญี่ปุ่น ส่วนในกลุ่มประเทศ แถบยุโรป ประเทศที่ประสบปัญหามากที่สุด คือ สหราชอาณาจักร รองลงมาคือ เยอรมนี
สำหรับสถานการณ์ด้านผู้เสพยาบ้าในประเทศไทย จนถึงล่าสุดมีผู้เสพยาบ้าแต่ยังไม่ติดประมาณ 3 ล้านคน ในจำนวนนี้เป็นผู้เสพยาจนติดแล้วประมาณ 300,000 คน โดยอายุของผู้เสพยาที่พบต่ำสุดคืออายุ 7 ปี
วิธีเสพที่ใช้นิยมกันขณะนี้ คือ การสูดควันเข้าปอด ซึ่งเป็นวิธีที่มีอันตรายต่อระบบสมองสูง เนื่องจากควันจะเข้าไปทำลายเซลล์สมองส่วนที่ผลิตสารซีโรโทนิน (Serotonin) ซึ่งทำหน้าที่ควบคุมอารมณ์ทุกข์- สุข และเกี่ยวข้องกับ การเรียนรู้ ทำให้เกิดการเสื่อมและจำนวนเซลล์จะลดลงเรื่อยๆ จะทำให้ระดับความฉลาดของผู้เสพลดลงกลายเป็นบุคคลปัญญาอ่อนในที่สุด และหากทุกคนในสังคม ไม่ร่วมมือกันแก้ปัญหา นี้อย่างจริงจัง คาดการณ์ได้ว่าประเทศไทยจะมีคนปัญญาอ่อนจากยาบ้าเพิ่มขึ้นถึงปีละ 300,000 รายอย่าง แน่นอน

( ข่าวจากหนังสือพิมพ์ผู้จัดการรายวัน ฉบับวันที่ 27 มิถุนายน 2544 )